ไปปายกัน (ฉบับคนขี้เห่อ)
posted on 23 Nov 2008 03:21 by l3itch52
ตอนนี้ชีวิตกำลังอยู่ในภาวะ "ไม่ต้องทำอะไร" เพราะตกงาน 555+
หางานทำยากมากกกกกกกกกกกกกกกกกกก
ยากที่สุดในโลก จำได้ว่าสมัยเรียนเทอมสุดท้าย (ประมาณเดือนเมษา 2551)
ร่อนใบสมัครไป ซัก 10 ที่ จะได้รับการติดต่อกลับภายใน 2 อาทิตย์ ประมาณ 2 บริษัท
ภายในหนึ่งเดือน อีก 4 บริษัท และอัตราสัมภาษณ์ผ่านก็ประมาณ 3 บริษัท
(อีกสามบริษัทที่ไม่ได้ ส่วนมากเพราะไม่ถูกชะตาคนสัมภาษณ์ + ทะเลาะกะ(อดีต)แฟน)
แต่ก็ช่างมัน ,, เศรษฐกิจไม่ดี ,, ทำอะไรไม่ได้ นอกจากพยายามเอาตัวรอด
ตอนนี้ก็เลยเกาะพ่อแม่กิน ... เอ๊ย ... ช่วยงานที่บ้าน (ฟังดูดีป่ะละ) แล้วก็รับเงินเข้าบัญชีไป
(สารภาพว่าเยอะกว่าตอนทำงานเป็นมนุษย์เงินเดือนซะอีก T^T )
เบื่อก็ไปช๊อปปิ้ง กินเหล้า สำมะเลเทเมา หาแก่นสารแก่ชีวิตไม่ได้
แล้วก็ cross my fingers เรื่องเรียนต่อโท (เอาอีกแ้ล้ววววว) -- ซึ่งเราคิดว่าเรื่องนี้ได้สร้าง
ความเครียดให้เราอยากมหาศาล เป็นสาเหตุของการนอนไม่หลับตลอดระยะเวลา 1 เดือน
ที่ผ่านมา เครียดมาก เพราะถ้าไม่ติด ก็นึกไม่ค่อยออกว่าจะเรียนที่ไหนอีก นิด้า ไม่เอา ไกล
ธรรมศาสตร์ไม่เอา อาจารย์โหดร้าย เกษตร ไม่เอา รับไม่ได้ สาเหตุส่วนตัว
ตอนต้นเดือนก็มีเพื่อนชวนไปปาย เมืองท่องเที่ยวยอดฮิตของบรรดาวัยรุ่น + วัยเริ่มทำงาน
ที่ยึดหลักการท่องเที่ยวแบบ ชิวๆ และ แนวๆ เรียกได้ว่าหน้าหนาวปีนี้ ใครๆก็ไปปาย ก็หวั่นๆ
อยู่เหมือนกันว่าไปแล้วมันจะไม่ชิว อาจจะต้องไปยืนเบียดกันเหมือนเวลาไปเที่ยวเอกมัย
ความโกลาหลก็เริ่ม นับตั้งแต่วันที่ตกปากรับคำจะไปปายนั่นแหละ
"กูจะไปปายยังไง"
"กูจะพักที่ไหน"
"กูจะไปเที่ยวไหนดี"
"กูจะแดกอะไรมั่ง"
ปาย 1.1 "....การเดินทางไปปาย"
ปายเป็นเมืองเล็กๆในจังหวัดแม่ฮ่องสอน เป็นทางผ่านระหว่างเชียงใหม่ - แม่ฮ่องสอน
ในอดีตเคยเป็นเส้นทางลำเลียงยาเสพติด (ฝิ่นหล่ะมั๊ง) มีชื่อเสียงความชิวมาจาก
ฝรั่งที่มาแอบสูบปุ๊น และพี้ยา ไปๆมาๆ ก็พัฒนาความแนว จนกลายเป็นถนนข้าวสาร
การเดินทางไปปายนั้น ส่วนมากจะเริ่มที่จังหวัดเชียงใหม่ แล้วก็ นั่งรถตู้ รถโดยสาร หรือ
เช่ารถขับไปปาย (โดยต้องผ่านโค้งสารพัดโค้ง มัลติเพิลโ้ค้ง เป็นที่มาของ อ้วก+หลับ=ปาย
เปรี้ยวเชี่ยๆเลยนะคะ)
เอาหล่ะ เนื่องจากเราตั้งต้นกันที่ขอนแก่น ,, ตอนปลายเดือนตค. การบินไทยก็อ่อยเหยื่อตรู
ด้วยการปล่อยโปรโมชั่นเิปิดเส้นทางบิน อุดร-เชียงใหม่ ราคาประมาณสามพัน ซึ่งนับว่าค่อน
ข้างจะถูก แต่แล้วการบินไทย "คุณคะ..." ก็ทำตรูเครียด ด้วยการยกเลิกเส้นทางบินดังกล่าว
(เครียดมาก เพราะแปลว่าค่าเดินทางจะต้องแพงขึ้นแน่ๆ)
ก็เลยนั่งเถียงกันกะเพื่อนว่า เฮ้ย ตกลงว่ามึงจะไปยังไง (พูดจาถ่อยเกินหญิงไปนิด ขออภัย)
สรุปออกมาได้ประมาณว่า
- นั่งรถทัวร์ไปกทม ขึ้นเครื่องไปเชียงใหม่
- นั่งรถทัวร์ขอนแก่น เชียงใหม่ (ซึ่งได้ข่าวว่านานมากกกกกกก และ ... แอบเห่ย)
- นั่งเครื่องไปกทม ต่อเครื่องไปเชียงใหม่ (ซึ่งด้วยระยะเวลาอันจำกัด ตัดทิ้งไป)
- ขับรถไปเองแม่งเลย ประหยัดกว่าเห็นๆ (แต่อาจจะตายกลางทาง เพราะคนนึงขับรถห่วย
อีกคนก็ขับรถไม่ทน -*- หาเรื่องตายสุดๆ)
ก็เลยสรุปว่าต่างคนต่างย้ายตรูดไปกทม. แล้วไปเจอกันที่สนามบินละกัน
ทีนี้เลยมานั่งถกกันต่อว่า ... จะนั่งสายการบินอะไร
ทีจี ... แพง แต่ดูน่าเชื่อถือสุดละ
นกแอร์ ... แพงอันดับสอง ขึ้นเครื่องที่ดอนเมือง อาจจะดีเลย์ เครื่องเล็ก
แอร์เอเชีย ... ถูก แต่ขึ้นเครื่องที่สุวรรณภูมิ (จริงๆเราชอบนะ ของกินเยอะดี เดินกินเพลินเลย)
ก็นั่งเถียงกัน ... ด่ากัน จนเกือบจะตีกันตายห่า เพราะเื่พื่อนจะไปนกแอร์ (เอาสะดวกเข้าว่า)
ส่วนตรูก็อยากไปแอร์เอเชีย เพราะสุวรรณภูมิของกินเยอะไง แถมถูกกว่าอีกตะหาก (ขนาดรวมค่า
แท๊กซี่ไปสนามบินแล้วนะ) เถียงกันไปๆมาๆ เกือบจะได้ต่างคนต่างแยกย้าย ไปเจอกันที่เชียงใหม่
(เริ่มเห็นลางหายนะของทริปนี้ละ ... แน่ใจว่าเดินทางไปด้วยกัน?????)
---ง่วง นอนก่อน ตีนกาเริ่มมาเยือนละ
(ตื่นละ มา edit ต่อ)
อ่ะพอบรรลุแก่ข้อสรุปได้ว่า จะไปนกแอร์ ... เที่ยวบินเช้าสุด DD8300 (มั๊ง ไม่ชัวร์) นกแอร์ก็กระทำ
การอันหวาดเสียวกับข้าพเจ้าอีก ------- นั่นคือประกาศยกเลิกเที่ยวบิน DD8300 ของเดือนพย.
ประมาณ สิบเที่ยวได้ พอเห็นกระทู้ใน Blue Planet ปุ๊บ ก็เริ่มปวดตับ นกแอร์ แก๊ ... เห็ดฮังการี่!!!
กรูรูดบัตรหล่ะก็มายกเลิกเชียวนะคะเมิ๊งงงงงงงงงงงง แต่ด้วยความที่ทำงานแบบมีแผนสำรอง
หรือ plan B มาตลอด ก็ทำให้ฉุกใจคิดได้ว่า ด่านกแอร์ไป ก็ไม่ได้ประกันความเสี่ยงที่ว่าจะไป
ถึงเชียงใหม่ตอนเช้าตรู่วันที่ 1 ธค.ได้
ก็นั่งไล่ดูสิ สายการบินไหนมันบินเช้าตรู่วันที่ 1 ธค.มั่ง --- ก็มีแต่ TG ซึ่งราคาก็อัพเพิ่มอย่างเสียสติ
((เป็นอะไรที่ตูหล่ะไม่เข้าใจอย่างแรง ว่าแกจะทำราคาต่างกันเยอะๆทำไมวะ แบบ สองพัน สองพันหนึ่ง
สองพันหก สองพันแปด สามพันสาม สามพันห้า ----> ทั้งหมดนี่คือ โอโคโนมิยากิ คลาสนะคะ))
เมื่อใกล้วันเดินทาง แถมถ้านกแอร์แคนเซิลไฟลต์จริงๆ ก็ต้องtransferผู้โดยสารไป TG อยู่แล้ว
ฉะนั้น ตูจะจองไปทำเจี๊ยะอะไร
ก็พยายามสวดมนต์ ทำวัตรเช้าเย็น เพื่อให้มันไม่เกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันขึ้นละกัน
ต่อไป ,, ถึงเชียงใหม่แล้วจะย้ายตูดไปปายกันยังไง แรกเริ่มเดิมทีนั้น คุณเพื่อนก็เสือกเปรี้ยวขึ้นมา
บอกว่า "ขับรถไปเองดีกว่าาาาาาาา" อีเห็ดฮังการี~~~ ขับแค่ขอนแก่น - เขาค้อ เมิงยังบ่น
นี่เจือกเห็ดสดจะขับจากเชียงใหม่ไปปาย!!!!!!! แถมจะให้ ผลัด.กัน.ขับ อีกเหรออออออ
แกไม่อยากเห็นปายใช่มะ แกเสียค่าเครื่องบินเพื่อมากระทำอัตวินิบาตกรรมตัวเองใช่มะ
(ไม่อยากอวดว่าขับรถมา สามปี ... ชนไป สามที ... หน้า หลัง ด้านข้าง รถนี่ยุบจนเละ
)
แถม เราก็ได้ยินกิตติศัพท์ความโหดร้ายของทางไปปาย ว่าเมารถแน่ๆ อ้วกแน่ๆ ดูแล้วไม่น่า
จะเป็นความอภิรมย์รื่นเริงอะไรเลยที่จะต้องทนกับสภาพแบบนั้น เราก็กะว่าขึ้นรถปุ๊บ
ซัดยานอนหลับเลย ไม่้รับรู้อะไรทั้งนั้น ถึงปายแล้วก็ปลุกตรูด้วยละกัน
และแล้วก็นึกได้ว่ามันมีทางไปอีกทางนึง "บินไป" ด้วยเครื่องบินเล็กของ SGA ที่มันคงจะไม่นุ่ม
เหมือนบินทีจี smooth as silk แต่ก็คงจะ smoother than a bustrip
ดูท่าแล้ว ตรูกะเพื่อน ... ก็คงต้องแยกย้ายกันไปปาย
ปาย 1.2 กูจะพักที่ไหนดี
ตามโปรแกรมแล้ว เราอยู่เีชียงใหม่วันที่ 1 ธค. แล้วค่อยไปปายวันที่ 2 ไปห้วยน้ำดังวันที่ 3 แล้วก็
ย้อนกลับมาเชียงใหม่วันที่ 4 ดูวกวน มึนงง และ อะพ๊อคคาลิปตัสเล็กน้อย ใครเห็นทริปก็ถามทุกคน
ว่ามึงจะย้อนไปย้อนมาทำไม ทำตัวเป็นนักบัลเล่ต์วิ่งพล่านทั่วเวทีไปได้ (ขอบใจนะยะ)
ดูแล้วก็เ้ต้นสวอนเลคไปทั่วจริงๆแหละ
คืนที่นอนที่ปาย จองที่พักไว้ที่ the countryside pai บ้านน่ารักมากกกกกกกกกกกกกก
มีดาดฟ้าด้วยนะเออ เหมาะกะการปีนขึ้นไปนอนชิว จุดโคมไฟ อ่านหนังสือมือนึง อีกมือก็ถือแก้วไวน์
กี๊ซๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ สุดยอดแห่งความชิวเลย!!!!! (ปัญหาคือ ปายมีไวน์ขายไหมคะ)

ตอนเอารูปรีสอร์ทไปอวดเพื่อน มีแต่คนบอกว่า โรแมนติกจะตายเมิง ,, กะจะไปสวีทกะเพื่อนใช่ม๊า
....
.... จะดีเหรอวะคะ?
แต่! ปัญหามันอยู่ที่คืนแรก,, นอนเชียงใหม่นี่แหละ เพราะว่าข้าพเจ้าก็แบกสมบัติบ้าไปสองใบ
(เป็นเป๋าล้อลากเล็กๆ --แต่หนักมาก-- ใบนึง ,, และเป้ใหญ่ไร้สติของแอนนาซุยอีกใบ --สวยมาก)
ตามแผนการแล้ว เราจะเหยียบเชียงใหม่ตอนแปดโมงเช้า แล้วก็ต้องไปนัดเจอกะทัวร์ลูกเป็ด
ที่ยูนิเซฟมช.ตอนเก้าโมงครึ่ง ก่อนจะโยกย้ายส่ายตรูดไปดอยช้าง (ยิ่งพูดยิ่งรู้สึกเหมือนซื้อทัวร์
ยุโรป สามวัน แปดประเทศไงก็ไม่รู้) จะแบกเป้น้องซุยไป ก็ดูงดงาม มีชาติตระกูล แต่ว่าเราก็อยาก
เอาของในกระเป๋าออกบ้างนะ เช่น หนังสือ แปดเล่มที่แบกไป

สาบานว่านี่คือ กระเป๋าถือ ที่จะถือติดตัว พร้อมหนังสือแปดเล่ม ขาตั้งกล้อง เป๋ายา
เป๋าเครื่องสำอาง แปรงแต่งหน้า เอ็มพีสาม ถุงมือ หมวก เสื้อกันหนาว (ขาดอะไรไปรึเปล่า)
::มีหนังสือ เล็ทซึโก ซาราริมัง ของบองเต่า กะ เรื่องของคนแรงโลม เอ๊ย โรงแรม ของคุณวิชัยโด้ยยย
-- ถ้าไม่สนุกจะมาด่าพ่อล่ออากง สวดชะยันโตให้ฟังสามวันสามคืน เพราะว่าอับอายมากใน
การไปถามพนักงานที่คิโนะคุนิยะ คราวหน้าคราวหลัง บองเต่าช่วยตั้งชื่อหนังสือที่ไปถามหาแล้วมัน
น่าอายน้อยกว่านี้ได้ไหมคะ แบบ ... รู้สึกยิ่งกว่าไปซื้อถุงยางในร้านขายยาอีก (พวกร้านขายยาที่
ทุกสิ่งทุกอย่าง โดยเฉพาะถุงยาง แม่งเก็บไว้หลังเคาน์เตอร์ ต้องทำตาหลุกหลิก หลบมนุษยชาติ
แล้วบอกอาเจ๊เฝ้าร้าน -ที่ไม่ได้เป็นเภสัชกร ด้วยเสียงอันแหบพร่าว่า .. ซื้อถุงยางค่ะ .. พร้อมหลบ
สายตาเจ๊ที่มองมาอย่างประนามหยามเหยียดถึงพฤติกรรมทางเพศ เล่นเอาตูเซ็ง จะไปซื้อถุงยาง
สวิงสวายมากก็เกรงใจอาเจ๊ จำต้องหยิบแบบธรรมดา ไร้รสชาติ ไร้ปุ่มหฤหรรษ์ วุ้ย!!! อีนี่ล่ะก็พูดไป)
กลับมาสู่โรงแรมต่อ,, ปกติเราได้ข่าวว่าเวลาเช็คอินมาตรฐานคือบ่ายๆ จะไปเปรี้ยวเช็คอิน เก็บของตอน
เก้าโมงเช้า ก็เกรงว่าจะโดนชาร์จค่าห้องไปโดยใช่เหตุ ไอ้ครั้นจะแบกกระเป๋าไป เพื่อนร่วมทางตรูก็
เจ้นท์มากกกกกกกกกกกกกกก เจ้นท์สมกับที่เรียนวิศวะ --แปลว่า ป่าเถื่อน ไร้อารยธรรมเอื้อเฟื้อแก่เด็กที่
กำลังจะเป็นสตรีมีครรภ์-- ก็ออกปากล่วงหน้าว่า "กู.ไม่.ช่วย.มึง.ถือ.เด็ด.ขาด." รู้สึกคิดถึงผู้ชายคณะ
บัญชีอย่างแรง ที่มีน้ำจิตน้ำเจ้นท์เทิลแมน ช่วยเหลือหญิงสาว(ประชากรส่วนใหญ่)ร่วมคณะตลอด
ตูจะทำยังไงดี๊ๆๆๆๆๆๆๆๆ ฮือๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ ตูจะทำยังไง๊ๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
คืนที่สาม พักห้วยน้ำดัง ,, นอนเต๊นท์ครับพี่น้องงงงงงงงง เราเกลียดการนอนเต๊นท์ในที่หนาวๆ
ั้ตั้งกะภูกระดึงละ มีความเชื่อฝังหัวว่า หนาว แฉะ เปียกน้ำค้าง เต๊นท์อุทยานแม่งเน่า ฯลฯ ล้วนแล้ว
แต่เป็นความคิดเน่าๆ บั่นทอนอาการอยากไปห้วยน้ำดังสุดๆ (แต่แรงบันดาลใจคือพระอาทิตย์ขึ้น
ตอนเช้ากะทะเลหมอก ~>< ยอมทนเน่าหน่อย T^T ฮือๆๆๆๆ)

#1 By Sharpen_Thought on 2008-11-23 03:51