Passion in banking?
posted on 06 Jun 2008 10:04 by l3itch52เมื่อเช้างี่เง่ามาก,, ลงจากห้องแล้วลืมเป๋าตังค์+กุญแจห้อง โอ้วววววว
ซี๊ดมาก ต้องรออิคนเฝ้าหอมาเปิดให้,, ไปสาย เลยไม่มีเวลาวิ่งไป snach
ของกินระหว่างทางขึ้นตึก ,, โคตรจาหิว!!!!!!!! นี่นั่งบ่นมาทุกสามสิบแปดวินาที
"หิว....."
"ฮือออออ หนูหิวววววววว"
"หิวมากกกกกก"
"หิวที่ซู๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด"
แล้วเป็นวินาศสันตะโรอารายก้อไม่รู้ ที่คอกไหนๆก็ไม่มีของกิน กรี๊ดดดดดดดดดดด
งานก็ไม่เสร็จ,, แว๊บลงไปแดร๊กก็ไม่ได้ ฮืออออออออออออออออออออออ
หลายๆคนชอบถามว่าทำไมอยากเรียนต่อโทด้านไฟแนนซ์ ทั้งๆที่จบมาร์เก็ตติ้ง
ทั้งๆที่เราออกจะมีความคิดสุดแสนจะ บริลเลี๊ยนท์! และบุคลิกที่ตอแหล สตรอเบอรี่
เชอรี่ แมงโก้สทีน สุดๆ (...ชนิดที่ว่าตอนเลือกเมเจอร์ เพื่อนมีการชี้หน้าแล้วประกาศ
-หน้าตามรึงมาร์เก็ตติ้งสุดๆ- โทษทีนะฮ๊า เมิงเห็นตรูเป็นเจ๊สี่เก็บค่าเช่าแผงลอยเหรอ??)
แต่การทำตัว Lively มีความคิด Creative ออกจากหัวทุกๆวัน มันก็เหนื่อยเน่ะๆๆ
และเราก็ไม่ได้มีพลังงานล้นเหลืออย่างที่คนชอบเข้าใจกัน เราก็มีมุมที่นั่งนิ่งๆ
นอนกลิ้งไปมา ดูซีรียส์ แล้วขึ้นอืดบนเตียงเหมือนกันนะ (บ่อยด้วย) -- มุมขี้เกียจน่ะสิ
performance ของตรูจะอยู่เหนือการคาดเดา ขึ้นอยู่กับอารมณ์ล้วนๆ เป็นกราฟ
ที่มีความผันผวนสูงมาก วันนี้อาจจะคิดงานเกรด A+++ ออกมาได้ภายใน10วิ
พรุ่งนี้อาจจะนั่งง่าว คิดอะไรไม่ออกเลยไปอีกสองเดือน -*- (อันนี้ก็เว่อจริง)
presentation เราอยู่ในระดับดี คะแนนก็ดี แต่มันหงุดหงิดเวลา "คิดไม่ออก"
แล้วก็จะเครียดๆๆๆๆ เครียดแบบ ทำไมกุคิดไม่ออกๆๆๆๆๆ เป็นช่วงเวลาที่น่าหงุดหงิดมาก
ที่สำคัญ ...เรียนมาร์เก็ตติ้ง... แล้วไม่รู้สึกเลยว่าตัวเองฉลาดขึ้น
ถึงจะไม่ได้เรียกว่าโง่ลง แต่ก็ไม่ฉลาดขึ้น ... อันนี้น่ากลัวมากๆ
มันไม่มี passion ที่จะขวนขวายเรียนรู้เพิ่มเติม ... blue ocean--แล้วไงอ้ะ
guerilla marketing--แล้วยังไง มีคอนเซปต์ Customer Lifetime Value เท่านั้น
หล่ะมั๊งที่เรารู้สึก ...อืมม์ เจ๋งดี
มันไม่ตื่นตาตื่นใจกับความรู้ใหม่ๆ มันไม่ท้าทายเลย
แล้วไฟแนนซ์ท้าทายเหรอ? ท้าทายดิ่ แบบ มีอะไรในโลกกว้างๆใบนี้ที่เราไม่รู้เลย
เป็นโลกที่น่าสนใจจะตาย ตลาดการเงินไม่มี "สินค้า" จริงๆจังๆ แต่สามารถ facilitate
ให้ real sector ทั้งหลายดีขึ้น หรือแย่ลง
การวิเคราะห์งบ การทำโปรเจ็คชั่น ... มันเหมือนได้เห็นบริษัทๆนึง โดยการอ่านเพียง
ตัวเลขแล้วก็ได้จินตนาการว่า เฮ่ย สถานการณ์เป็นอย่างนี้ ควรเพิ่มอะไร เพื่อให้
บริษัทนี้มีการเติบโต ดู realistic กว่าการทำ positioning ตั้งเยอะตั้งแยะ
ทีสำคัญ ... เรียนแล้วรู้สึกโคตรจะฉลาดขึ้น ได้รู้อะไรที่เราไม่รู้เยอะแยะ
แถมโลกการเงินก็หมุนติ้วๆๆๆๆๆ ไม่ว่าจะเป็นอัตราดอกเบี้ย อัตราแลกเปลี่ยน
derivatives ขึ้นๆลงๆ ได้คาดเดา ... ทำให้เรา active ทุกวัน ได้แก้ปัญหาทุกวัน
เราว่าเราเหมาะกับแบงค์นะ เพราะมันไม่ได้ volatile เท่าพวกหลักทรัพย์ ได้ใช้
stawberry skills อันยอดเยี่ยมบ้าง แต่มัน require less creativity แล้วงานมันก็
แบบ routine กว่านิดนึง แต่ก็ได้รู้อะไรเยอะดี แบบ risk ต่างๆที่จะ hit Thailand's
economy มันทำให้เรา cautious (หรือที่คนอื่นจิกกัดว่า conservative) มากขึ้น
ซึ่งตูก็ว่าตู conservative นะ ถึงจะดูเชอรี่มากๆก็เถอะ
ความรู้เบสิคๆด้านการลงทุน ด้านไฟแนนซ์เป็นสิ่งที่ทุกคนควรจะรู้
เด็กม.6 ควรจะรู้ว่า เอาเช็คไปขึ้น ทำยังไง (เวลาเห็นพนักงานไทยพาณิชย์
เข้าไปช่วยเขียนสลิปฝากเงิน,, ทำเรื่องขึ้นเช็คให้ลูกค้า เลยรู้สึกหงุดหงิด
มาก ว่าทำไมไม่ทำให้ลูกค้าเรียนรู้บ้างวะ??? บริการที่ดี กับการ stupidize
ลูกค้านี่ ... คนละเรื่องนะเฟ้ย)
มนุษย์เงินเดือนควรจะรู้เกียวกับการบริหารเงินส่วนบุคคล การลงทุนเบสิคๆ
เพราะถ้าคนเรามีความรู้เยอะๆ จะสามารถลงทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น
แล้วตลาดทุนในเมืองไทยก็มีทิศทางที่ดีขึ้น
ส่วนที่ทำตอนนี้ มันออกแนวชิวมาก 555+ แต่งตัวประหนึ่งมิได้ทำงานสถาบันการเงิน
เมื่อวานใส่เสื้อยืด กะกางเกงยีนส์สกินนี่ ตรงต้นขามีรอยขาด -*- สุดยอดอ้ะ!
เพื่อนเห็นแล้วจะถามตลอด ,, นี่มรุงทำงานเอเจนซี่โฆษณารึไงวะ 

เหม่,, ก็ที่นี่มันชิวอ้ะ ขนมนมเนย ไก่ทอด หมูปิ้ง พิซซ่า ประจำคอก
หิวก็ ... วิ่งลงไปกินข้าว พักเที่ยง ... สองชั่วโมงก็ไม่มีคนด่า (รึด่า แต่ตูไม่รู้วะ?)
.... ขออย่างเดียว งานต้องเส็ด
พรุ่งนี้จะได้ไปเสม็ดแหร่ว ลัลล้าๆๆๆๆๆๆๆๆๆ

ว่าแต่ว่าหน้าตามาเก็ตติ้งนี่มันเป็นไงอ่ะ
ฮ่าๆๆๆ
แบบซิ้มเก็บค่าที่อะนะ อืมๆ ความรู้ใหม่
#1 By CanineGirl on 2008-06-07 18:19