เวลามีคนมาถามว่า ช่วงรับปริญญาเป็นยังไง
เราไม่ค่อยมีคำตอบอะไรให้นอกจากคำว่า "ร้อนตับแล่บ"
ไม่มีความทรงจำสนุกสนานเฮฮา รื่นเริงยินดีอะไรมากมาย

เพราะช่วงนั้นเป็นโรคซึมเศร้า เคยกินยาเกินขนาด เข้ารพ.ไปสองครั้ง

สาเหตุก็คือโดนแฟนทิ้ง (สวมเขา นอกใจ เป็นadj.เพื่อความชัดเจน)

ตามประสาคนที่ไม่เคยผิดหวัง เพราะไม่เคยหวังเกินตัว จะบอกว่าโลกถล่ม
ไม่รู้ว่าพรุ่งนี้จะมีชีวิตอยู่ทำไมก็คงไม่ผิดนัก ไม่อยากตื่น อยากหลับให้พ้นๆไป
หวังว่าพอตื่น อะไรๆจะดีขึ้น แต่ก็ไม่มีอะไรดีขึ้น เลยกินยาให้หลับต่อ หลับยาว

เพื่อนบอกว่า ... เราขังตัวเองอยู่ในห้อง อยู่บนเตียงในชุดเดิมๆ ตื่นมาก็กิน
ยาแก้แพ้กับนมเปรี้ยวแอคทีเวีย จนห้องทั้งห้องเป็นกลิ่นแอคทีเวีย
ความรู้สึกเวลานั้นคือ "กูทำอะไรผิด ทำไมกูต้องโดนทรยศแบบนี้"
และเชื่อไหม เราก็หาเหตุผลให้ตัวเองไม่ได้ ว่าเราทำอะไรผิดวะ
ปัจจุบันก็นึกไม่ออกว่ากูทำอะไรผิด แต่ก็ไม่ได้ใส่ใจอะไรแล้ว

พี่ที่ทำงานบอกว่า ... เราเหม่อลอย และเคลื่อนไหวราวกับมีดอลลี่รองตรีน
รับคำสั่งไปทำแบบผิดๆถูกๆ ข้าวกลางวันไม่กิน อัดแต่กาแฟวันละหกเจ็ดแก้ว

น้องสนิทก็บอกว่า ... เราเบลอมาก สายตาเหมือนจับจ้องอยู่ที่อะไรซักอย่าง
อยู่กับความทรงจำเก่าๆ สมัยยังรักกันหวานชื่น (มีช่วงนั้นด้วย?)

ญาติโกโหติกาก็ต้องมาเปิดห้องดูว่า เออ มันยังมีชีวิต และพยายามจะเอาเรา
กลับไปอยู่ที่บ้าน ซึ่งเราก็ไม่โวยวาย แต่ก็ไม่ไปไหน จนกระทั่งป่าป๊ามารับ

...ทั้งนี้ เราจำไม่ได้ซักอย่าง มีแต่คนเล่าให้ฟัง

ก็ไปหาจิตแพทย์อยู่พักนึง ได้ยามา ... หนึ่งถุง กินวันละแปดเม็ด มียาคลายเครียด
ยานอนหลับ ยากันชัก ฯลฯ กินแล้วก็เบลอๆ ความดันต่ำ ชนิดที่ว่าเดินเหินแป๊บเดียว
ก็สามารถจะล้มหัวฟาดพื้น คางแตก เป็นแผล

ช่วงเดือนแรกที่กลับมาอยู่บ้าน ก็ยังจำอะไรไม่ค่อยจะได้ เพื่อนก็บอกว่าเราโทร.ไป
เพื่อคร่ำครวญว่า เฮ้ยทำไมเป็นงี้วะ กะ ภาพบาดตาบาดใจมันแวบขึ้นมา

 

 

 

 

 

 

 

เราไม่ค่อยมีความทรงจำอะไรช่วงสิงหา-พฤศจิกา ปี2008

เรารู้แค่ว่าเรามีพ่อแม่ที่รักเรามาก มีเพื่อนที่รักเรามากเหมือนกัน มีพี่ๆที่พร้อมจะปกป้อง
แต่เรามองข้ามมาตลอด ไม่ระวังตัว ก็ต้องเจ็บบ้าง

ก็เลยรักพ่อแม่มาก รักเพื่อนกลุ่มนี้มาก รักพี่ๆมาก และรู้สึกกลัวมาก เวลามีใครเข้ามา

เราไม่คิดว่าคนที่สภาพย่ำแย่เมื่อเดือนตุลา จะกลับมายืนในจุดที่ดีได้อีกครั้ง

ก็ขอบคุณคนๆนั้น ... ถ้าไม่มีคุณ เราก็คงไม่รู้ว่ามีคนที่รักเราอยู่มากมายแค่ไหน
และก็คงไม่ผลักดันตัวเองให้ก้าวไปให้สูงที่สุด ไม่ใช่เพื่อที่จะแก้แค้นในอนาคต

แต่เราเชื่อว่าคนที่รักเรา เค้าย่อมอยากเห็นเราไปได้ไกล และไปได้ดี